Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘โรซีเนียร์’ แจงเหตุ ‘เอสเตเวา’ ชวดดวลเบรนท์ฟอร์ด

เลียม โรซีเนียร์ นายใหญ่ของเชลซี เปิดเผยหลังเกมที่ “สิงห์บลูส์” เปิดบ้านเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 ว่า เอสเตเวา ไม่มีชื่อในทีมเนื่องจากอาการป่วย ขณะที่ยังมีนักเตะบางรายที่ลงสนามทั้ง ๆ ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แคมป์เชลซีเจอกับการระบาดของไข้หวัด ส่งผลให้ เลียม ดีแลป และ เจมี่ กิตเทนส์ ต้องพลาดเกมคาราบาว คัพ ที่แพ้อาร์เซนอล 3-2 เมื่อกลางสัปดาห์ โดย ดีแลปกลับมามีชื่อในเกมล่าสุดและลงมาเป็นตัวสำรอง ก่อนเรียกจุดโทษให้ โคล พาลเมอร์ ยิงประตูตอกฝาโลง ส่วนกิตเทนส์ยังไม่ฟิตพอและหลุดจากทีมต่อไป

“ใช่ เขาป่วยจริงๆ และมันกำลังลามไปทั้งทีม” โรซีเนียร์ กล่าวหลังเกม

“มีนักเตะอยู่สองสามคน ผมขอไม่เอ่ยชื่อ ที่ลงเล่นทั้ง ๆ ที่บ่นเรื่องแน่นหน้าอก แต่พวกเขาทุ่มเทได้อย่างยอดเยี่ยมมาก”

กุนซือเชลซีเสริมอีกว่า สภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของนักเตะหลายรายอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมครองบอลได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ยังชื่นชมทัศนคติและความเสียสละของทุกคนที่ช่วยกันพาทีมคว้าชัยชนะไปได้

ก่อนหน้านี้ สโมสรได้จัดประชุมภายในเพื่อกำชับเรื่องสุขอนามัย โดยเฉพาะการล้างมือ หลังมีสตาฟฟ์หลายคนล้มป่วย และมีการแยกนักเตะที่มีอาการป่วยออกจากกลุ่ม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อภายในทีม

ขณะเดียวกัน ในเกมดังกล่าว โทซิน อดาราบิโอโย่ ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในแนวรับ ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 57 หลังมีอาการตึงบริเวณแฮมสตริง โดย เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ถูกส่งลงมาแทน ซึ่งโรซีเนียร์เผยว่าเป็นการเปลี่ยนตัวเชิงป้องกันไว้ก่อน และยังต้องรอประเมินอาการอย่างละเอียด

แม้เชลซีจะมีแผนมองหาเซ็นเตอร์แบ็ครายใหม่ในตลาดนักเตะอยู่แล้ว แต่โรซีเนียร์ยืนยันว่าอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลต่อทิศทางการเสริมทัพในเดือนมกราคม

“ไม่เลย เรามีแผนของเราอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลต่อแนวคิดหรือทิศทางของสโมสรแต่อย่างใด”

เสียดาย!’มาดูเอเก้’ ผิดหวังปืนพลาดทิ้งห่างเรือ 9 แต้ม

โนนี่ มาดูเอเก้ ปีกตัวเก่งของอาร์เซน่อล ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้ หลังเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทำให้ “ปืนใหญ่” พลาดโอกาสทองในการทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปถึง 9 คะแนน

เกมดังกล่าว “ปืนใหญ่” มีโอกาสทองในการทำแต้มหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเป็น 9 คะแนน หลังทีมแชมป์เก่าพลาดท่าพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ ทำให้เก็บเพิ่มได้เพียง 1 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงห่าง 7 แต้ม และเปิดโอกาสให้ แอสตัน วิลล่า มีลุ้นไล่จี้

มาดูเอเก้ ยอมรับว่าผลเสมอเป็นเรื่องน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อทีมครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน

“แน่นอนว่ามันน่าผิดหวัง เราจบสกอร์กันไม่ดีพอ ผมคิดว่าพวกเขาแทบไม่มีโอกาสเลย และไม่ได้สร้างอันตรายใส่เราเท่าไหร่” มาดูเอเก้กล่าว

“เรามีโอกาสชนะ แต่ทำไม่ได้ เราต้องรับกับหนึ่งแต้มจากเกมเยือน แล้วมูฟออนไปข้างหน้า มันน่าผิดหวังในมุมหนึ่ง แต่เราต้องเริ่มต้นใหม่”

ดาวเตะวัย 22 ปี ยังกล่าวถึงโปรแกรมสำคัญที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ต้องพบกับ อินเตอร์ มิลาน

“เรามีเกมใหญ่รออยู่กับ อินเตอร์ ในแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเราต้องพยายามคว้าชัยชนะ เส้นทางยังอีกยาวไกล เรารู้ว่าเรามีความสม่ำเสมอ และเราจะรักษามาตรฐานนั้นต่อไป”

“ตอนนี้เรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นทั้ง 4 รายการ ตารางแข่งขันอาจหนัก มีทั้งลงเล่นและพักฟื้นสลับกันไป แต่นั่นคือเสน่ห์ของการเล่นฟุตบอลในอังกฤษ”

เก้าอี้ร้อน!ไก่ชั่งใจปลด ‘แฟร้งค์’ หลังแพ้ค้อนคาบ้าน

เดอะ ไทม์ส สื่อดังอังกฤษ รายงานว่า ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ กำลังพิจารณาอนาคตของ โธมัส แฟร้งค์ กุนซือชาวเดนมาร์ก หลังทีมเปิดบ้านแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงโห่และเพลงไล่จากแฟนบอลในสนาม

แหล่งข่าวระบุว่า ความพ่ายแพ้นัดดังกล่าวถือเป็นการแพ้เกมที่ 8 จาก 14 นัดหลังสุด ส่งผลให้ตำแหน่งของแฟร้งค์เริ่มสั่นคลอน แม้บอร์ดบริหาร “ไก่เดือยทอง” จะยังอยากให้เวลาในการทำทีมต่อไป แต่เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลที่ดังสนั่นทั่วสนาม พร้อมบทเพลงขับไล่หลังจบเกม อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

ปัจจุบัน สเปอร์ส รั้งอันดับ 14 บนตารางพรีเมียร์ลีก มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้น 10 แต้ม และยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026

ภายหลังเกม แฟร้งค์ เปิดใจถึงปฏิกิริยาของแฟนบอลว่าเข้าใจถึงความไม่พอใจที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าทำให้เขาต้องเผชิญแรงกดดันโดยตรง

“ผมเข้าใจดี ผมเป็นคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ ดังนั้นเสียงตำหนิก็ต้องมาที่ผม มันเป็นเรื่องยุติธรรมและผมไม่มีปัญหาอะไร” แฟร้งค์ กล่าว

กุนซือวัย 51 ปี ยังย้ำว่าขอเพียงแฟนบอลยังคงสนับสนุนนักเตะอย่างเต็มที่ ทีมก็จะเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าผลงานจะกลับมาดีขึ้นในไม่ช้า

“ถ้าเราไม่ชนะมากพอ แน่นอนว่ากำลังใจจากแฟนๆ จะลดลง แต่เมื่อเราเริ่มกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป และผมมั่นใจว่าเราจะทำได้แน่นอน”

‘ลิซานโดร’ ยกแท็กติก ‘คาร์ริค’ พาผีคว่ำเรือสำเร็จ

ลิซานโดร มาร์ติเนซ ออกมาเผยว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ได้อย่างยอดเยี่ยม

คาร์ริคออกสตาร์ตเส้นทางการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมเปิดบ้านเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองด้วยฟอร์มเหนือกว่า พร้อมแท็กติกที่ชัดเจนในระบบ 4-2-3-1 เน้นเกมรับเหนียวแน่นและสวนกลับรวดเร็ว การตัดสินใจสำคัญหลายจุดได้ผลเกินคาด ทั้งการส่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กลับมาลงสนาม และการปรับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

หลังจบเกม มาร์ติเนซ กล่าวชื่นชมแนวทางการทำทีมของ คาร์ริค โดยเฉพาะการปลุกเร้าพลังจากแฟนบอลในสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญของทีม

“สิ่งที่ไมเคิล คาร์ริค ย้ำกับเราคือการดึงพลังจากแฟนบอลมาใช้ และวันนี้ผมคิดว่าเราทำได้จริง”มาร์ติเนซกล่าว

“เมื่อทุกคนรวมใจกัน เล่นเพื่อกันและกัน มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะแพ้ในบ้าน เกมแบบนี้ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือความรับผิดชอบของทั้งทีม”

“วันนี้เราป้องกันได้ยอดเยี่ยมมาก ยืนตำแหน่งกันแน่นตลอดเกม ทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการเข้าปะทะ คุณสามารถมองเห็นพลังบางอย่างในแววตาของนักเตะ วันนี้ทีมคือผู้ชนะ และนั่นสำคัญที่สุดสำหรับผม”

“มันเหลือเชื่อจริง ๆ การได้อยู่ตรงนี้กับแฟนบอล และเพื่อนร่วมทีม”

“พวกเรารู้ดีว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเราต้องเผชิญอะไรบ้าง แต่ทางเดียวคือเผชิญหน้ากับมัน และแสดงให้เห็นตัวตนของเรา วันนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่นักเตะในสนาม แต่สตาฟฟ์โค้ช ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมกับชัยชนะครั้งนี้”

เสียดายสามแต้ม!’เวียร์ตซ์’ รับหงส์เสมอแต่เหมือนแพ้

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์ตัวรุกของลิเวอร์พูล ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ผลเสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากความพ่ายแพ้ หลังทีมพลาดโอกาสเก็บสามแต้มอย่างน่าเสียดาย

เกมดังกล่าว “หงส์แดง” เป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากมาย โดยเวียร์ตซ์เป็นคนยิงประตูขึ้นนำให้เจ้าถิ่นช่วงปลายครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม เบิร์นลี่ย์ มาได้ประตูตีเสมอจาก มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ ทำให้จบเกมแบ่งแต้มกันไป

“มันไม่มีอะไรเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้เกมนี้”เวียร์ตซ์กล่าว

“เมื่อคุณมีโอกาสยิงมากขนาดนี้ ได้ยิงตรงกรอบหลายครั้ง ผมคิดว่าเราควรต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้”

“บางวันคุณพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายบอลมันก็ไม่เข้าประตู”

“เราต้องรับกับความจริงว่าได้มาแค่ 1 แต้ม แต่ในเกมหน้าเราจะกลับไปสู้ใหม่ และพยายามทำผลงานให้ดีกว่าเดิม”

นอกจากนี้ เวียร์ตซ์ ยังไม่ปิดบังความผิดหวังจากการพลาดโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง

“มันน่าหงุดหงิดจริงๆ เรามีโอกาสมากพอที่จะปิดเกมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่เราทำพลาดกันเอง ซึ่งมันน่าผิดหวังมาก”

เปิดตัวสวย!’คาร์ริค’ แฮปปี้ประเดิมคุมผีดับเรือ

ไมเคิ่ล คาร์ริค ออกมายอมรับว่าแทบไม่อาจคาดหวังจุดเริ่มต้นที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว หลังหวนกลับมารับบทกุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพาทีมเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 แบบเหนือความคาดหมาย

“มันคือการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลย”คาร์ริคกล่าว

“ก่อนแข่ง ทีมสตาฟฟ์คุยกันว่าเด็ก ๆ อยู่ในสภาพที่ดีมาก เราพอใจกับการเตรียมทีมและสภาพจิตใจของทุกคน”

“ซิตี้ เป็นทีมที่น่าทึ่ง มีนักเตะคุณภาพสูงและปรับเปลี่ยนเกมได้ตลอดเวลา คุณจำเป็นต้องมีทั้งแผนบี แผนซี และพร้อมปรับตามสถานการณ์ เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเกมจะออกมาแบบไหน”

“แต่วันนี้นักเตะของเราทำได้ยอดเยี่ยมในหลายด้าน ทั้งการควบคุมอารมณ์และการเล่นเป็นทีม มันเป็นผลงานที่ดีมากจริงๆ”

อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” ยังมีบททดสอบสำคัญรออยู่ในสุดสัปดาห์หน้า เมื่อพวกเขาต้องบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก

แม้ผลงานจะดูแตกต่างจากยุคของ รูเบน อโมริม อย่างชัดเจน แต่ คาร์ริค ย้ำว่าทีมยังต้องรักษามาตรฐานนี้ต่อไป พร้อมชื่นชมทั้งนักเตะและแฟนบอลที่ช่วยสร้างบรรยากาศอันยอดเยี่ยม

“นักเตะออกจากห้องแต่งตัวด้วยความกระหายอยากทำผลงานให้ดีที่สุด และแฟนบอลก็ยอดเยี่ยมมาก”

“ผมบอกไปแล้วว่าสนามแห่งนี้สามารถเป็นสถานที่ที่มหัศจรรย์ได้ และหวังว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เราไม่ได้เหลิง แต่ก็ต้องมีความสุขกับช่วงเวลาแบบนี้”

“วันนี้เราดูอันตรายตลอดทั้งเกม แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกนัดจะเป็นแบบนี้ แต่มีมาตรฐานบางอย่างที่เราต้องรักษาไว้ เกมหน้าคืออีกเกมใหญ่ และตอนนี้เรามีรากฐานที่ดีสำหรับการต่อยอดแล้ว”

หงุดหงิด!’สล็อท’ รับแผิดหวังหลังหงส์เจ๊าในบ้าน 4 นัดติด

อาร์เน่ สล็อท กุนซือชาวดัตช์ของ ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่าเขารู้สึกหงุดหงิดไม่ต่างจากแฟนบอลที่ส่งเสียงโห่ในแอนฟิลด์ หลังทีมทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูลออกนำก่อนช่วงท้ายครึ่งแรกจากลูกยิงของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แต่ครึ่งหลังทีมเยือนซึ่งรั้งอันดับรองบ๊วยกลับตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้เกมจบลงด้วยการแบ่งแต้ม ท่ามกลางเสียงผิดหวังของแฟนบอลบางส่วน

“ในหัวผมนั่นไม่ใช่เสียงโห่ แต่มันคือความหงุดหงิด ซึ่งผมเข้าใจได้อย่างเต็มที่ ผมและนักเตะก็รู้สึกแบบเดียวกัน”สล็อท กล่าว

“คุณต้องยกย่องเบิร์นลี่ย์ พวกเขาตั้งรับได้ดี มีการสกัดบนเส้น และทำทุกอย่างตามที่ผู้จัดการทีมต้องการ เพื่อไม่ให้เรายิงประตูเพิ่ม”

“หากลิเวอร์พูลไม่รู้สึกผิดหวังกับการเสมอเบิร์นลี่ย์ในบ้านตัวเอง มันคงมีบางอย่างผิดพลาดไปแล้ว”

ผลเสมอครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลเสมอในลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน ต่อจาก อาร์เซน่อล, ฟูแล่ม และ ลีดส์ ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่จี้พื้นที่ท็อปโฟร์เหลือเพียงแต้มเดียว อย่างไรก็ตาม หากนับรวมทุกรายการ ทีมยังไม่แพ้ใครมา 12 นัดติด

“วันนี้คือรูปเกมที่ผมอยากเห็น เราครองบอลได้มาก สร้างโอกาสได้เยอะ และควบคุมเกมสวนกลับของคู่แข่งได้ดี”

“โลกฟุตบอลมันเป็นแบบนี้ บางทีมสร้างโอกาสมากมายแต่ยิงได้แค่ประตูเดียว ขณะที่อีกทีมมีโอกาสไม่กี่ครั้งแต่ก็ทำประตูได้ ผลการแข่งขันเลยออกมาแบบนี้ ผมหงุดหงิดที่สกอร์ไม่สะท้อนพัฒนาการของทีม มาตรฐานของเราสูงกว่านั้น และเราต้องการชัยชนะในทุกเกม”

‘เป๊ป’ มอง ‘ดาโลท์’ ควรโดนแดงพร้อมรับสภาพเรือสู้ผีไม่ได้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ทีมของเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมบุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 ศึกดาร์บี้แมตช์วันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าแม้ ดีโอโก้ ดาโลท์ ควรโดนใบแดงตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวในการปราชัยครั้งนี้

เหตุการณ์เกิดขึ้นนาที 11 เมื่อ ดาโลท์ เข้าปะทะใส่ เจเรมี่ โดกู จนโดนผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ แจกใบเหลือง ขณะที่ทีม VAR ภายใต้การดูแลของ เคร็ก พอว์สัน ตัดสินว่าไม่รุนแรงพอเป็นใบแดง อย่างไรก็ตาม ไมค์ ดีน อดีตผู้ตัดสินชื่อดังแสดงความเห็นว่า ดาโลท์ “ควรโดนไล่ออก 100 เปอร์เซนต์”

“เขาควรโดนใบแดงแน่นอน แต่ในฐานะผู้จัดการทีม มันคงเป็นเรื่องแย่หากผมบอกว่านั่นคือสาเหตุที่เราแพ้ เพราะจริงๆ แล้ว ยูไนเต็ด เล่นดีกว่าเรา”เป๊ป กล่าว

กุนซือชาวสเปนยังเสริมว่า การโทษ VAR หรือคำตัดสินไม่ช่วยให้ทีมเติบโต และหากนักเตะยังหาข้อแก้ตัวอยู่เสมอ จะนำไปสู่ปัญหาในอนาคต

“มันง่ายมาก ทีมที่ดีกว่าคือผู้ชนะ เราต้องยอมรับและเดินหน้าต่อ”

“ยูไนเต็ดมีบางอย่างที่เราไม่มี วันนี้เราขาดพลังงาน ทั้งเกมรับ การดวลตัวต่อตัว และหลายจังหวะกับบอล”

“ในพื้นที่สุดท้าย เราเล่นเกมรุกโดยขาดความตั้งใจ ทั้งการยิง การครอส และการเคลื่อนที่ ทำให้เราถูกอ่านทางได้ง่ายเกินไป”

“นี่คือดาร์บี้แมตช์นัดที่ 27 ของผม ผมมาที่นี่หลายครั้ง และวันนี้เราไม่อยู่ในระดับที่จำเป็นสำหรับการคว้าชัยชนะ”

‘อาร์เตต้า’ ยันปืนไม่ปิดตลาดพร้อมลุยหากเจอแข้งที่ใช่

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใหญ่ของ อาร์เซนอล ยืนยันว่าทีมยังคงเปิดกว้างต่อการเสริมทัพในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม แม้สถานการณ์ปัจจุบัน “ปืนใหญ่” จะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอยู่ถึง 6 คะแนน แม้หลายฝ่ายคาดว่าพวกเขาอาจไม่เร่งรีบเคลื่อนไหวในช่วงนี้

โดย อาร์เตต้า เน้นย้ำว่าทีมงานยังคงเปิดกว้างต่อทุกความเป็นไปได้ หากมีโอกาสที่เหมาะสมเข้ามา โดยเขาถูกถามถึงระยะเวลาในการประเมินคาแร็กเตอร์และบุคลิกภาพของนักเตะที่สโมสรให้ความสนใจ ซึ่งกุนซือชาวสเปนยอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป

“ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด เราอยากมีเวลามากพอในการพิจารณาทุกอย่าง เพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่านักเตะคนนั้นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร ทีม และความสัมพันธ์ที่เราต้องการสร้างได้อย่างไร” อาร์เตต้า กล่าว

“แต่ในความเป็นจริง บางครั้งเมื่อโอกาสมาถึง คุณต้องตัดสินใจทันที สิ่งสำคัญคือเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม และโดยรวมแล้ว ผมคิดว่าเราทำได้ดีในการเลือกนักเตะที่มีคาแร็กเตอร์และบุคลิกภาพในระดับท็อปเข้ามาเสริมทีม”

นอกจากนี้ อาร์เตต้า ยังยอมรับว่าตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาร์เซนอล เคยมีกรณีที่ได้รับการเสนอชื่อนักเตะฝีเท้าดี แต่ตัดสินใจไม่เดินหน้าคว้าตัว เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องบทบาทและความเหมาะสมกับวัฒนธรรมของทีม

“มันคือการชั่งน้ำหนักหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่แค่ตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดีหรือไม่”

“แต่เป็นคำถามว่าเขาสามารถรับบทบาทนั้นได้หรือเปล่า และรับมือกับผลกระทบที่ตามมาหรือไม่ เราต้องมั่นใจว่าเขาจะเติมเต็มสิ่งที่ทีมต้องการ และอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้ นี่คือการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมาก”

ไร้ปัญหา!’โรซีเนียร์’ ชี้เป็นเรื่องดีบอร์ดสิงฟ์เยี่ยมห้องแต่งตัว

เลียม โรซีเนียร์ กุนซือของ เชลซี ออกโรงสนับสนุนการที่ผู้บริหารสโมสรเข้ามาเยี่ยมห้องแต่งตัวของทีมหลังจบการแข่งขัน โดยยืนยันว่าไม่ใช่การเข้ามาตรวจสอบหรือกดดันการทำงานของทีมงานสตาฟฟ์แต่อย่างใด

ช่วงหลังจบเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มักจะเห็นทีมผู้บริหารฝ่ายกีฬาของสโมสร นำโดย เบห์ดาด เอ็กห์บาลี เจ้าของร่วม เดินข้ามสนามไปยังพื้นที่ของนักเตะอยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นอีกครั้งหลังเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ “สิงห์บลูส์” เปิดบ้านพ่าย อาร์เซนอล 2-3 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความใกล้ชิดและให้กำลังใจทีม ไม่ว่าจะเป็นการร่วมยินดีหลังชัยชนะ หรือปลอบขวัญเมื่อทีมพ่ายแพ้ โดยไม่ได้มีเจตนาเข้ามาประเมินผลงานโค้ชหรือผู้เล่น

แม้จะมีรายงานว่า เอ็นโซ่ มาเรสก้า อาจไม่สบายใจกับการเข้ามาของผู้บริหารในห้องแต่งตัวหลังเกม แต่ในมุมมองของ โรซีเนียร์ กลับมองว่านี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสโมสรอย่างยิ่ง

“ทุกครั้งที่ผมคุมทีมลงเล่นกับ สตราสบูร์ก ไม่ว่าจะเป็นเกมเหย้าหรือเกมเยือน พวกเขาก็จะอยู่ในห้องแต่งตัวเสมอ” โรซีเนียร์ กล่าว

“มันไม่ใช่เรื่องของการสรุปผลการแข่งขัน แต่มันคือการสร้างความมั่นใจ การพูดคุย และการทำงานร่วมกัน พวกเขาอยู่ในห้องแต่งตัวหลังเกมกับ อาร์เซนอล และผมก็สนับสนุนให้พวกเขาเข้ามาแบบนี้ต่อไป”

ไม่ทน!’เป๊ป’ ชี้ ‘ฮาลันด์’ โดนเป่าฟาวล์ไม่เป็นธรรม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หลังมองว่า เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ถูกจับฟาวล์อย่างไม่เป็นธรรมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจังหวะปะทะกับกองหลังในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ “เรือใบสีฟ้า” พบกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เกมดังกล่าวมีดราม่าใหญ่ เมื่อประตูของ อ็องตวน เซเมนโย่ ถูก VAR ริบคืน หลังเช็กนานกว่า 5 นาที เนื่องจาก ฮาลันด์ ถูกมองว่ายืนล้ำหน้าและมีส่วนรบกวนจังหวะเล่น ซึ่งเป๊ปไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินนี้ พร้อมเชื่อว่าลูกทีมของเขากำลังถูกจับตาเป็นพิเศษมากเกินไป

“เขาน่าจะเป็นกองหน้าคนเดียวในโลกที่ถูกเป่าให้ทำฟาวล์กองหลัง มากกว่าที่กองหลังจะทำฟาวล์ใส่เขา นี่คือจุดแข็งของเขา และมันควรเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตการทำงานของผม”กุนซือชาวสเปนกล่าว

“ช่วงต้นฤดูกาล ผู้ตัดสินบอกว่าจะเป่าไปในอีกทิศทางหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย”

นอกจากนี้ เป๊ป ยังตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตัดสินในกรอบเขตโทษ โดยชี้ว่าเหตุการณ์ผลัก ดึงเสื้อ หรือปะทะกันแรง ๆ เกิดขึ้นแทบทุกเกม แต่กลับแทบไม่ได้รับการเป่าเป็นฟาวล์

“ลองดูในกรอบเขตโทษสิ ไม่ใช่แค่เกมของแมนฯ ซิตี้ แต่ทุกทีมก็เจอ การผลัก การดึงเสื้อเกิดขึ้นตลอด แต่แทบไม่เคยมีเสียงนกหวีด”

“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมทุกครั้งที่ เออร์ลิ่ง ปะทะกับคู่แข่ง มันถึงกลายเป็นฟาวล์ของเขาเสมอ”

สำหรับฤดูกาลนี้ ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 29 ประตูจากการลงสนาม 26 นัดทุกรายการให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เกมหลังสุด เขาทำประตูได้เพียงลูกเดียว ซึ่งเป็นการยิงจากจุดโทษ

เป๊ป ยอมรับว่าโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นอาจส่งผลต่อสภาพร่างกายของดาวยิงชาวนอร์เวย์ แต่ยังเชื่อมั่นเต็มที่ว่า ฮาลันด์ จะกลับมาทำผลงานได้อย่างเฉียบคมอีกครั้ง

“ต้องขอบคุณพระเจ้าที่เรามี เออร์ลิ่ง อยู่กับทีมตลอดทั้งฤดูกาล เราโชคดีมาก ถ้าไม่มีเขา เราคงไม่อยู่ในจุดที่เราเป็นตอนนี้ เขามอบสิ่งดี ๆ ให้ทีมมากมาย และยังพัฒนาขึ้นในหลายด้าน”

“ช่วงนี้โปรแกรมโหดมาก เตะทุกสามวัน ต้องเดินทาง พักฟื้นน้อย เจอกองหลังที่แข็งแกร่ง และสภาพสนามก็ไม่ง่าย มันยากจริงๆ แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะกลับมาแน่นอน”

อย่าทิ้งกัน!’อาร์เบลัว’ วอนแฟนราชันส่งเสียงเชียร์หนุนทีม

อัลบาโร่ อาร์เบลัว กุนซือของ เรอัล มาดริด ออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ร่วมส่งแรงใจให้กับนักเตะ ก่อนเกมเปิดบ้านพบ เลบานเต้ วันเสาร์นี้ หลังทีมเพิ่งเจอความผิดหวังตกรอบโคปา เดล เรย์ด้วยน้ำมือของอัลบาเซเต้

อาร์เบลัวเข้ามารับหน้าที่ต่อจาก ชาบี้ อลอนโซ่ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ต้องประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ทันที ทำให้ทีมแพ้ติดต่อกันสองนัด สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก

“ผมเคารพความคิดเห็นของแฟนบอลใน เบร์นาเบว อย่างมาก” อาร์เบลัว กล่าว

“ผมเข้าใจว่าแฟนบอล เรอัล มาดริด เจ็บปวดและโกรธกับผลงานที่ผ่านมา แต่ผมอยากขอให้พวกเขาอยู่ข้างนักเตะและให้กำลังใจ เพราะการสนับสนุนของแฟนๆ มีความหมายกับทีมมากจริงๆ”

ขณะเดียวกัน อาร์เบลัว ยังยืนยันข่าวดีว่า คิลิยัน เอ็มบาปเป้ ดาวยิงตัวหลักของทีม จะกลับมามีชื่อในเกมพบ เลบานเต้ หลังพลาดลงสนามไปถึง 3 จาก 4 นัด นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026

อดีตกองหลังทีมชาติสเปนยังอธิบายถึงการขาดหายไปของนักเตะคนสำคัญอย่าง เอ็มบาปเป้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ในเกมแพ้ อัลบาเซเต้ ว่าเป็นเพราะปัญหาความฟิตและอาการบาดเจ็บ ไม่ใช่การตัดสินใจดร็อปนักเตะ

“นักเตะที่ถูกเลือกไปคือคนที่พร้อมลงสนามจริงๆ ส่วนคนที่ไม่ได้ลงเล่นก็เพราะไม่พร้อมหรือมีความเสี่ยงอาการบาดเจ็บ พวกเขาอยากช่วยทีมทุกคน แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้”