Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ขอเวลา!’เซิร์กซี’ ไม่ยอมแพ้ขออยู่ผีต่อจนจบฤดูกาล

โจชัว เซิร์กซี กองหน้าวัย 24 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าจะอยู่ค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไปจนจบฤดูกาล แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานเชื่อมโยงถึงการย้ายทีมในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม

รายงานจาก The Sun ระบุว่า ดาวยิงวัย 24 ปี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการอยู่กับ “ปีศาจแดง” ต่อไป หลังตลาดหน้าหนาวปิดตัวลง โดยยังไม่มีความคิดย้ายทีมในเวลานี้ และพร้อมสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองจนจบซีซั่น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเดียวกันเผยว่า อนาคตของ เซิร์กซี อาจถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้ โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อาจตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกไปเพื่อระดมทุนสำหรับการคว้ากองหน้าตัวเป้ารายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

ก่อนหน้านี้ เซิร์กซี พลาดการลงสนามในสองเกมแรกภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ในฐานะกุนซือชั่วคราว เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาฟิตสมบูรณ์และพร้อมเป็นตัวเลือกในเกมพบ ฟูแล่ม วันอาทิตย์นี้

“ผมคิดว่าจอชพยายามอย่างหนักมากเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการได้เห็นเขากลับมาซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวานถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม”คาร์ริค กล่าว

“สำหรับผมแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอ ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับเขา และไม่มีอะไรต้องพูดเพิ่มเติม”

ทั้งนี้ เซิร์กซี หวังว่าการเปลี่ยนแปลงภายในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นใหม่กับสโมสร อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ตำแหน่งตัวจริงอาจไม่ง่ายนัก หลังคาร์ริคเลือกใช้งาน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เป็นกองหน้าตัวกลาง โดยมี เบนจามิน เชชโก้ รับบทตัวเลือกสำรองในช่วงสองเกมที่ผ่านมา

‘ซานเชส’ เดือดปะทะแฟนสิงห์พักครึ่งก่อนพลิกชนะค้อน

โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารของ เชลซี ออกมาตอบโต้เสียงโห่จากแฟนบอลในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่างช่วงพักครึ่ง หลัง “สิงห์บลูส์” เป็นฝ่ายตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 ก่อนพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะสุดมัน 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซีเนียร์ ออกสตาร์ตได้อย่างน่าผิดหวัง หลังโดน “ขุนค้อน” บุกมานำถึงสองประตูในครึ่งแรก จากผลงานของ จาร์ร็อด โบเวน และ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ทำให้บรรยากาศในสนามเริ่มตึงเครียด

เมื่อเสียงนกหวีดจบครึ่งแรกดังขึ้น แฟนบอลเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจ ด้วยการส่งเสียงโห่และเยาะเย้ยใส่นักเตะเชลซีอย่างชัดเจน ทว่าปฏิกิริยาดังกล่าวกลับไม่ถูกใจ ซานเชซ ที่หันไปตะโกนใส่แฟนบอลบริเวณอุโมงค์ว่า

“ใจเย็นกันหน่อย เรายังมีเวลาอีก 45 นาที ช่วยเชียร์พวกเราด้วย”

ช่วงพักครึ่ง โรซีเนียร์ ตัดสินใจแก้เกมครั้งใหญ่ เปลี่ยนตัวพร้อมกันถึงสามราย ส่ง เวสลีย์ โฟฟาน่า, มาร์ค คูคูเรลญ่า และ เจา เปโดร ลงสนาม แทน เบอนัวต์ บาเดียชีล, จอร์เรล ฮาโต้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่

การแก้เกมได้ผลทันตา เมื่อ เจา เปโดร โหม่งทำประตูตีไข่แตกให้เชลซีในนาทีที่ 57 ก่อนที่ คูคูเรลญ่า จะยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 70 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ซัดประตูชัยพาทีมแซงคว้าสามแต้มสำคัญ

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เชลซี เก็บชัยในพรีเมียร์ลีกได้เป็นนัดที่สามติดต่อกัน พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอลที่เคยโห่ใส่ในช่วงพักครึ่งได้สำเร็จ

เพื่อทีม!’สล็อท’ ซึ้งใจ ‘โคนาเต้’ หั่นวันลาคัมแบ็กช่วยหงส์

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล กล่าวขอบคุณ อิบราฮิมา โคนาเต้ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ที่ตัดสินใจกลับมาลงสนามเร็วกว่ากำหนด หลังจากสูญเสียคุณพ่อและพลาดการลงเล่นไป 3 นัด เพื่อช่วยทีมในเกมที่เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1

โคนาเต้ เดินทางกลับอังกฤษตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา หลังจากแจ้งกับสล็อทว่าเขาต้องการกลับมาช่วยทีม เนื่องจากแนวรับของลิเวอร์พูลมีปัญหาบาดเจ็บหลายราย เขาได้ลงซ้อมกับทีมเพียงสองครั้งก่อนเกม และสามารถทำประตูได้ในแมตช์ดังกล่าว โดยมี อูโก้ เอกิติเก้ ยิงสองประตู และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ อีกหนึ่งประตู

“ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัส และอาจยังไม่อาจทำใจได้เต็มที่”สล็อทเริ่มกล่าว

“ก่อนหน้านี้เราได้พูดคุยกันช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งเขาแจ้งว่าจะกลับมาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นั่นทำให้เขาไม่น่าจะมีชื่อในเกมดังกล่าว แต่เมื่อเขาเห็นว่าทีมประสบปัญหาในแนวรับ เขาจึงโทรหาผมตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และบอกอย่างชัดเจนว่าอยากกลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมกับนิวคาสเซิล เขาเดินทางกลับมาในวันพุธและลงฝึกซ้อมกับทีมเพียงสองครั้งเท่านั้น”

“ในเกมนี้ ไม่เพียงแค่เขาจะทำประตูได้ แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมก็ยอดเยี่ยมอย่างมาก แฟนบอลต่างส่งเสียงชื่นชมให้เขาตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะจังหวะที่เขาทำประตูได้ ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมทีมทุกคนก็แสดงความยินดีและให้การต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในห้องแต่งตัวหลังจบการแข่งขัน”

“การที่เขาสามารถยิงประตูได้หลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และทีมชุดนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรายืนเคียงข้างกันเสมอในวันที่ต้องเผชิญความลำบาก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนพยายามทำเพื่อเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะรู้สึกดีใจเป็นพิเศษกับประตูที่เขาทำได้”

ด้าน โคนาเต้ เปิดใจหลังเกมด้วยน้ำเสียงสะเทือนอารมณ์ว่า“ผมแทบไม่สามารถหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้เลย ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดสำหรับผมและครอบครัว นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิต แม้มันจะยากเกินกว่าจะยอมรับ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้”

อดีตเปาฟันธง ‘โตดิโบ’ เสี่ยงโดนแบนยาว หลังบีบคอ ‘เปโดร’

คีธ แฮ็คเกตต์ อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความเห็นว่า ฌอง-แคลร์ โตดิโบ กองหลังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มีแนวโน้มถูกแบนเกิน 3 นัด หลังถูกไล่ออกโดยตรงจากการบีบคอ เจา เปโดร ในช่วงทดเจ็บเกมที่ “ขุนค้อน” บุกพ่าย “สิงห์บลูส์” เชลซี 3-2

เกมดังกล่าว เวสต์แฮม ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการขึ้นนำก่อน 2-0 แต่กลับต้านทานความดุดันของ “สิงห์บลูส์” ไม่อยู่ โดนยิงแซงในครึ่งหลัง ก่อนจะเกิดเหตุวุ่นวายข้างสนามในช่วงท้ายเกม จากความตึงเครียดของทั้งสองทีม

แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินในสนาม ได้รับสัญญาณจาก VAR และตัดสินใจชูใบแดงโดยตรงให้กับ โตดิโบ ซึ่งตามระเบียบมาตรฐานจะถูกแบนขั้นต่ำ 3 นัดทันที

“มันชัดเจนว่าเขาขาดการควบคุมอารมณ์ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายพฤติกรรมรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย”แฮ็คเกตต์กล่าว

“แม้โทษปกติของใบแดงจะอยู่ที่ 3 นัด แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาภาพช้า ผมคาดว่าเขาจะถูกลงโทษมากกว่านั้นแน่นอน”

อดีตเปารุ่นเก๋ายังเสริมอีกว่า ทั้งเวสต์แฮม และเชลซี มีโอกาสถูกสมาคมฟุตบอลตั้งข้อหาควบคุมผู้เล่นไม่อยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่โทษปรับสูงถึงประมาณ 200,000 ปอนด์

ด้าน นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ เฮดโค้ชเวสต์แฮม ให้สัมภาษณ์หลังเกมถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า“ผมยังไม่ได้ดูภาพช้าในตอนนั้น”

“มันเป็นสถานการณ์ที่สับสนและเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากทั้งสองฝั่ง แน่นอนว่ามันน่าผิดหวัง แต่ผมต้องขอดูภาพย้อนหลังอีกครั้งก่อนจะตัดสินอะไรได้”

“สิ่งที่แน่นอนคือ เราจะไม่มี โตดิโบ ให้ใช้งานในอีกหลายนัดต่อจากนี้”

นักสู้!’โรซีเนียร์’ ปลื้มลูกทีมโชว์สปิริตพลิกแซงคว้า 3 แต้ม

เลียม โรซีเนียร์ เฮดโค้ชเชลซี ออกโรงยกย่องเหล่านักเตะและพลังงานจากแฟนบอลในสนาม หลังทัพ “สิงห์บลูส์” ไล่ตีเสมอและพลิกแซงชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 อย่างน่าทึ่ง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

“วันนี้แท็คติกแทบไม่มีความหมาย ชัยชนะเกิดจากทัศนคติ คาแรกเตอร์ และคุณภาพของผู้เล่นล้วนๆ”โรซีเนียร์กล่าว

“ผมเชื่อใจนักเตะทุกคนที่ส่งลงสนาม แต่ต้องยอมรับว่าครึ่งแรก ระดับพลังงานและมาตรฐานของเรายังห่างไกลจากสิ่งที่ควรเป็นมาก”

“ผมบอกกับลูกทีมว่า เราสามารถเปลี่ยนวันที่เลวร้ายที่สุดของฤดูกาล ให้กลายเป็นวันที่ดีที่สุดได้”

ชัยชนะนัดนี้ยังสร้างสถิติใหม่ให้สโมสร เมื่อเชลซีกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ตามหลังสองประตูในครึ่งแรก ก่อนพลิกกลับมาคว้าชัยได้สำเร็จ

โรซีเนียร์ กล่าวต่อว่า ช่วงพักครึ่งไม่มีการดุด่าหรือเสียงดังใส่กัน แต่เป็นการปรับแท็คติกให้ทีมเล่นในระบบ 4-4-2 มากขึ้น

“เราเปิดอิสระให้ โคล พาลเมอร์ ทางฝั่งขวา และให้ เปโดร เนโต้ เติมเกมทางซ้าย ผลลัพธ์ในครึ่งหลังออกมายอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย”

“ชัยชนะนี้ไม่ใช่ของผม แต่มันเป็นของนักเตะและแฟนบอล พลังในสนามวันนี้คือเชลซีอย่างแท้จริง ทั้งหัวใจนักสู้ สปิริต การวิ่ง และความทุ่มเท นี่คือดาร์บี้แมตช์ และครึ่งหลังคือภาพที่ผมอยากเห็นจากทีมของผมมากที่สุด”

ขยับแรง!เผยอินเตอร์เปิดฉากเจรจาหงส์ยืม ‘โจนส์’ พ่วงซื้อขาด

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ รายงานว่า “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน กำลังเปิดการเจรจาโดยตรงกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพื่อคว้าตัว เคอร์ติส โจนส์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัวพร้อมเงื่อนไขซื้อขาด

แหล่งข่าวระบุว่า การพูดคุยระหว่างสองสโมสรมีขึ้นแล้วในวันนี้ โดยขณะนี้ดีลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาและพิจารณารายละเอียดต่างๆ

สถานการณ์นี้มีความเชื่อมโยงกับอนาคตของ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ มิดฟิลด์อินเตอร์ ที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของ นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งกำลังรอคำตอบจากฝั่ง “งูใหญ่” ว่าจะยอมปล่อยนักเตะออกจากทีมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การดึงตัวโจนส์มาร่วมทีมอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากเจ้าตัวกำลังทำผลงานได้ดี และเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในทีมของ อาร์เน่อ สล็อท ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เคอร์ติส โจนส์ ลงสนามให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 208 นัด นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในฤดูกาล 2018/2019 และยังคงเป็นหนึ่งในกำลังหลักของสโมสรจนถึงปัจจุบัน

วิจารณ์ยับ!’จู๊ด’ โดนสื่อสเปนถล่มหลังฟอร์มห่วยเกมพ่ายเบนฟิก้า

จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางคนสำคัญของ เรอัล มาดริด กลับมาตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อสเปนอีกครั้ง หลังโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังในเกมที่ “ราชันชุดขาว” บุกพ่าย เบนฟิก้า 2-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

Marca สื่อดังจากกรุงมาดริด ออกบทความตำหนิสตาร์ทีมชาติอังกฤษอย่างรุนแรง โดยชี้ว่า เบลลิงแฮม ขาดทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และพลังงานในยามที่ทีมต้องเผชิญกับความกดดันสูง รวมถึงมีส่วนร่วมกับเกมน้อยเกินไป เช่นเดียวกับ วินิซิอุส จูเนียร์

ความพ่ายแพ้ดังกล่าวส่งผลให้ เรอัล มาดริด ต้องหล่นไปเล่นในรอบเพลย์ออฟของรายการนี้ ท่ามกลางกระแสคำถามเกี่ยวกับฟอร์มและทัศนคติของผู้เล่นตัวหลักหลายราย

ก่อนหน้านี้ Cadena SER รายงานว่า เบลลิงแฮม เป็นหนึ่งในนักเตะดาวเด่น 5 คนที่ถูกเรียกเข้าไปพูดคุยกับ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร เกี่ยวกับประเด็นด้านทัศนคติ ซึ่งยิ่งทำให้แรงกดดันต่อเจ้าตัวเพิ่มสูงขึ้น

Marca ระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งเบลลิงแฮมและวินิซิอุส ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำทีมได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พร้อมวิจารณ์ฟอร์มในเกมที่เอสตาดิโอ ดา ลูซ อย่างตรงไปตรงมา

“เบลลิงแฮม ทำได้เพียงวิ่งตามบอลในเกมที่ดา ลูซ” Marca สื่อดังจากกรุงมาดริดกล่าว

“เขาขาดความคิดสร้างสรรค์ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และไดนามิคที่เคยทำให้แฟนบอลหลงรักตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมา”

“นักเตะที่เคยปลุกเร้าความตื่นเต้นในซานติอาโก เบร์นาเบว ด้วยความกระหายที่ไม่รู้จักหมด กลับดูจืดจางลงในบทบาทที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง ส่งผลให้ความสำคัญในทีมลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด”

‘เอกิติเก้’ รับแฮปปี้กับหงส์ตั้งเป้ายกระดับตัวเองเพิ่มขึ้นอีก

อูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าร่างสูงของลิเวอร์พูล ยอมรับว่าการย้ายจากไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต มาค้าแข้งในอังกฤษถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง แต่เจ้าตัวยังตั้งเป้าจะมีส่วนร่วมกับทีมมากกว่านี้

ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสเพิ่งซัดประตูที่ 13 ของฤดูกาล ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส ที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านถล่มคาราบัค 6-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งทีมเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสวยงาม

ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นมา เอกิติเก้ยิงไปแล้ว 7 ประตูจากการลงสนาม 11 นัด กลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุก โดยเฉพาะช่วงที่อเล็กซานเดอร์ อิซัคต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ

“ผมอยากบอกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ แน่นอนว่าผมอาจทำได้ดีกว่านี้ หรือแย่กว่านี้ก็ได้ แต่โดยรวมแล้วผมค่อนข้างมีความสุข”เอกิติเก้กล่าว

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมทีมนอกสนาม นั่นคือพื้นฐานสำคัญมากสำหรับการเล่นฟุตบอล”

“ผมคิดว่าผมปรับตัวและลงหลักปักฐานได้ดี ซึ่งมันช่วยให้ผลงานในสนามออกมาดีตามไปด้วย ผมมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่”

“ผมยังคงกระหายมากกว่านี้ และคาดหวังกับตัวเองสูงกว่านี้ ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องทำคือก้มหน้าก้มตาทำงานหนักต่อไป”

‘มอยส์’ รับสุดช็อก ‘กรีลิช’ จ่อขึ้นเขียงพักยาวจนจบซีซั่น

เดวิด มอยส์ กุนซือเอฟเวอร์ตัน ออกมายอมรับว่า แจ๊ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวเก่ง อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการกระดูกเท้าร้าว ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะทำให้เจ้าตัวหมดสิทธิ์ลงสนามตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

กรีลิช ได้รับบาดเจ็บจากเกมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และแม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ มอยส์ เปิดเผยว่าทีมแพทย์กำลังพิจารณาการผ่าตัดเป็นทางเลือกหลักในการรักษา

“เราคิดว่า แจ๊ค น่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัด เรื่องนี้ยังไม่คอนเฟิร์มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะต้องพักยาวจนถึงจบฤดูกาล” มอยส์ กล่าว

“มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมากสำหรับตัวนักเตะเอง รวมถึงสโมสรและทุกคนที่นี่ เพราะเขาเป็นนักเตะที่สำคัญมาก เขามีคาแร็คเตอร์ มีประสบการณ์ และช่วยทีมได้หลายด้าน เราจะคิดถึงเขาอย่างแน่นอน”

อาการบาดเจ็บดังกล่าวนับเป็นข่าวร้ายไม่เพียงแค่กับ เอฟเวอร์ตัน แต่รวมถึงแฟนบอลบางส่วนที่มองว่า กรีลิช อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของทีมชาติอังกฤษ สำหรับการเตรียมทีมลุยศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง

ฤดูกาลนี้ กรีลิช ออกสตาร์ตกับเอฟเวอร์ตันได้อย่างน่าประทับใจ หลังทำไป 4 แอสซิสต์จากการลงเป็นตัวจริง 2 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ผลงานด้านการมีส่วนร่วมกับประตูลดลงในช่วงหลัง ก่อนจะมีสถิติรวมอยู่ที่ 2 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 20 นัด

ขณะเดียวกัน เอฟเวอร์ตัน ได้ข่าวดีเมื่อ ไมเคิ่ล คีน พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแนวรับอีกครั้ง รวมถึง เคียร์แนน ดิวสบิวรี่-ฮอลล์ ที่ฟื้นตัวกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว ส่วนในรายของ ชาร์ลี อัลคาราซ และ ทิม ไอโรกบูนัม ยังต้องใช้เวลาเรียกความฟิตเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่ง

‘โรซิเนียร์’ คอนเฟิร์ม ‘พาลเมอร์’ พร้อมสตาร์ตตัวจริงบู๊ค้อน

เลียม โรซิเนียร์ กุนซือเชลซี ยืนยันว่า โคล พาลเมอร์ จะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกับเวสต์แฮม หลังโชว์ฟอร์มเด่นทำ 2 แอสซิสต์ในนัดล่าสุด

กุนซือ “สิงห์บลูส์” กล่าวก่อนเกมว่า พาลเมอร์อยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และพร้อมสำหรับการลงเล่นเต็ม 90 นาที

“เขาผ่านเกมที่แล้วด้วยผลงาน 2 แอสซิสต์และทำได้ยอดเยี่ยมมาก” โรซิเนียร์ กล่าว

“เขาฟิตเต็มที่ และนี่คือสิ่งที่ทั้งผมและเขาต้องการ คือการได้ลงเล่นครบเกม เขาพร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงพรุ่งนี้ ผมมีความสุขมาก เมื่อผู้เล่นระดับท็อปอยู่ในฟอร์มดีที่สุด พวกเขาก็จะแสดงคุณภาพออกมาอย่างชัดเจน”

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวลือเรื่องอนาคตและความสุขของ พาลเมอร์ กับเชลซี นายใหญ่ชาวอังกฤษตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า“เขามีความสุขดีเสมอ”

นอกจากนี้ โรซิเนียร์ ยังอัปเดตอาการบาดเจ็บหัวเข่าของ ลีวาย โคลวิลล์ เซ็นเตอร์แบ็กของทีม โดยระบุว่าการฟื้นฟูเป็นไปในทิศทางที่ดี และมีโอกาสกลับมาลงสนามได้ก่อนจบฤดูกาล

“ผมเพิ่งคุยกับเขาเมื่อเช้านี้ เขาทำงานหนักมาก มีความเป็นมืออาชีพสูง และผมดีใจที่เห็นเขากลับมาวิ่งบนสนามได้อีกครั้ง”

“เขาอยากกลับมาลงเล่นโดยเร็ว แต่เราต้องมั่นใจว่าเขาฟื้นตัวเต็มร้อยจริง ๆ ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ผมไม่อยากให้คำสัญญาที่ไม่แน่นอน”

‘ฟาน ไดจ์ค’ ป้องแข้งหงส์ไม่ได้เล่นเพื่ออนาคตตัวเอง

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าแรงจูงใจของนักเตะในทีมไม่ได้เกี่ยวข้องกับอนาคตส่วนตัว แม้สโมสรจะอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องกู้ฟอร์มกลับมาใน 4 เดือนสุดท้ายของฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อท เก็บชัยชนะได้เพียง 5 จาก 18 นัดในพรีเมียร์ลีก ทำให้ตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 2 คะแนน ความพ่ายแพ้ต่อบอร์นมัธเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วกลายเป็นการสะดุดอีกครั้ง หลังจากที่ทีมเริ่มกลับมาทำผลงานดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วยเรียกความมั่นใจให้ทีมได้ระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมผลงานตลอดฤดูกาลยังคงต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวัง

ในแง่สถานการณ์สัญญานักเตะ ลิเวอร์พูลมีเพียง อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่แกนหลักอย่าง ฟาน ไดจ์ค, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อลิสซอน เบ็คเกอร์, เคอร์ติส โจนส์, โจ โกเมซ และ วาตารุ เอนโด ยังมีสัญญาถึงปี 2027

แม้มีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในทีมตามวัฏจักรของการสร้างทีมใหม่ในอนาคต แต่ ฟาน ไดจ์ค ย้ำชัดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติของนักเตะในเวลานี้

“ความจริงคือมีนักเตะบางคนกำลังเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของสัญญา และบางคนยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี รวมถึงตัวผมเอง” ฟาน ไดจ์ค กล่าว

“เราจะรอดูว่าฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไร หวังว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ว่านักเตะกำลังเล่นเพื่ออนาคตหรือเพื่อต่อสัญญาของตัวเอง ผมยังเชื่อว่าเรามีทีมที่ดีมากอยู่แล้ว”

กลับถิ่นเก่า!’โอนาน่า’ อาจโบกมือลาผีหวนซบอินเตอร์

มีรายงานจาก เดลี่ เมล ระบุว่า อันเดร โอนาน่า ผู้รักษาประตูทีมชาติแคเมอรูนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งปัจจุบันถูกปล่อยให้ แทร็บซอนสปอร์ ยืมตัว อาจได้กลับไปสวมเสื้อ อินเตอร์ มิลาน อีกครั้งในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้

นายด่านวัย 29 ปี ย้ายมาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2023 ภายใต้ความคาดหวังสูง หลัง เอริก เทน ฮาก ดึงอดีตลูกทีมจาก อาแจ็กซ์ มาร่วมงานอีกครั้ง โดยก่อนหน้านั้น โอนาน่า เพิ่งโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับ อินเตอร์ มิลาน ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมได้รับคำชื่นชมทั้งเรื่องการเซฟและการออกบอลจากแดนหลัง

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 2 ฤดูกาลในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับไม่เป็นไปตามที่คาด เมื่อเจ้าตัวก่อความผิดพลาดหลายครั้งจนถูกวิจารณ์อย่างหนัก ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเสริมทัพด้วยการคว้า เซนเน่อ ลัมเมนส์ เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ พร้อมปล่อย โอนาน่า ออกไปแบบยืมตัว

ล่าสุด เดลี่ เมล รายงานว่า แม้ โอนาน่า จะไม่ปิดโอกาสกลับไปพิสูจน์ตัวเองกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ความเป็นไปได้สูงคือการย้ายออกจากอังกฤษ โดยเอเยนต์ของเขาเดินทางไปยังเมืองมิลานในสัปดาห์นี้ เพื่อเจรจากับหลายสโมสรที่แสดงความสนใจ ซึ่ง อินเตอร์ คือหนึ่งในทีมที่จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“งูใหญ่” กำลังมองหาผู้รักษาประตูคนใหม่เพื่อเป็นตัวแทนระยะยาวของ ยานน์ ซอมเมอร์ นายด่านจอมเก๋าวัย 37 ปี ขณะที่ กูเญียลโม่ วิคาริโอ ของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก็เป็นอีกชื่อที่ถูกเชื่อมโยงเช่นกัน

รายงานยังระบุว่า โอนาน่า ยังคงเป็นเจ้าของบ้านหลังเดิมที่เคยพักอาศัยสมัยค้าแข้งกับ อินเตอร์ ซึ่งสะท้อนถึงความเปิดใจในการกลับมาเล่นในอิตาลีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือเรื่องค่าเหนื่อย เนื่องจาก แทร็บซอนสปอร์ ปรับค่าแรงให้เขาสูงขึ้นเพื่อปิดดีลยืมตัว และอาจเป็นตัวเลขที่ อินเตอร์ ไม่สามารถรองรับได้ในเวลานี้