Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ใจแข็ง!’เกฮี’ รับงงเสียงโห่พร้อมขอบคุณแฟนเรือช่วยหนุนหลัง

มาร์ค เกฮี ปราการหลังคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มที่ หลังตกเป็นเป้าเสียงโห่จากแฟนบอลลิเวอร์พูลตลอดทั้งเกม ในศึกบิ๊กแมตช์ที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่นได้อย่างดุเดือดที่แอนฟิลด์

แนวรับทีมชาติอังกฤษยอมรับตามตรงว่าไม่เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เขาถูกแฟนบอลเจ้าบ้านกดดันอย่างหนักตลอด 90 นาที แม้จะพยายามมีสมาธิกับเกมในสนามก็ตาม

สำหรับเบื้องหลังของเสียงโห่ดังกล่าว ถูกโยงไปถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ที่เกฮีเคยเกือบได้ย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล แต่ดีลดังกล่าวถูกคริสตัล พาเลซ ล้มลงในช่วงท้ายตลาด ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนมกราคม ซึ่งอาจทำให้แฟน “เดอะ ค็อป” แสดงความไม่พอใจออกมา

“พูดตามตรง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโดนโห่ แต่ผมควบคุมความคิดของแฟนบอลฝั่งตรงข้ามไม่ได้อยู่แล้ว”เกฮีเปิดใจหลังจบเกม

“สิ่งที่ผมทำได้คือขอบคุณแฟนบอลซิตี้ของเรา ที่อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจผมตลอดทั้งเกม”

ท้ายที่สุด เกฮีก็เป็นฝ่ายยิ้มออก เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกสถานการณ์บุกคว้าชัยได้สำเร็จในเกมสุดกดดันนี้

“ต้องให้เครดิตแฟนบอลของเรามากๆ พวกเขาเดินทางมาเชียร์กันเยอะ และหนุนหลังทีมตั้งแต่นาทีแรกจนจบเกม”

“มีคนบอกผมว่านี่เป็นครั้งแรกที่เราบุกชนะที่นี่ต่อหน้าแฟนบอลนับตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนเลย”

“มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และต้องชื่นชมทุกคนในทีมกับความแข็งแกร่งทางจิตใจ ในเกมที่ยากขนาดนี้”

“นี่คือระดับของทีมที่ต้องการชัยชนะ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมอย่างลิเวอร์พูล ทุกคนต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อเพื่อนร่วมทีม และวันนี้เราทำได้จริง ๆ”

“มันไม่ง่ายเลย ทั้งแรงกดดันจากแฟนบอลและการเพรสซิ่งของคู่แข่ง แต่ฟุตบอลคือการโฟกัสกับจังหวะถัดไปเสมอ”

“คุณพลาดได้ แต่ต้องคิดว่าจังหวะต่อไปจะช่วยทีมยังไง และวันนี้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยมมาก”

เปย์หนัก!’เดเล่’ โดนแฉเสียพนันโป๊กเกอร์เกือบ 150k

เดลี่ เมล สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เดเล่ อัลลี อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันยังคงไร้สังกัด ตกเป็นข่าวเสียเงินไปเกือบ 150,000 ปอนด์ จากการเข้าเล่นโป๊กเกอร์ในคาสิโนแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า อดีตดาวเตะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ใช้เวลาช่วงดึกหลังเที่ยงคืนถึงตีสองเข้าไปเล่นโป๊กเกอร์อย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละคืนมีการเสียเงินเฉลี่ยราว 25,000 ปอนด์

เดเล่ อัลลี เคยถูกประเมินมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านปอนด์ และรับค่าเหนื่อยถึงสัปดาห์ละ 150,000 ปอนด์ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง แต่ปัจจุบันในวัยเพียง 29 ปี กลับต้องเผชิญกับสถานะนักเตะไร้สโมสร

ก่อนหน้านี้ เดเล่ เคยย้ายไปค้าแข้งกับ โคโม่ ในอิตาลี แต่ถูกยกเลิกสัญญาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่ลอนดอนอีกครั้ง และในระหว่างที่กำลังมองหาต้นสังกัดใหม่ เขาเลือกใช้เวลาว่างไปกับการเข้าคาสิโน ซึ่งผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่หวัง

นักเล่นโป๊กเกอร์รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ เดลี่ เมล ว่า บรรดาขาประจำในคาสิโนต่างมอง เดเล่ เป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากทักษะการเล่นยังไม่สูงนัก แต่กล้าลงเงินเดิมพันจำนวนมาก

“ทันทีที่เขาเดินเข้ามา จะมีการส่งข้อความบอกต่อกันว่า ‘ร้านเดเล่เปิดแล้ว’ จากนั้นผู้เล่นก็จะพากันมาร่วมโต๊ะ เพราะรู้ดีว่าสามารถกวาดเงินได้ง่าย” นักโป๊กเกอร์รายดังกล่าวเผย

นอกจากนี้ยังระบุว่า เดเล่ ปรากฏตัวในคาสิโนแทบทุกวันตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักมาในช่วงดึก บางครั้งมาคนเดียว บางครั้งมีเพื่อนมาด้วย โดยจะนั่งเล่นในโต๊ะเดิมพันสูงเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง และมักเสียเงินครั้งละราว 25,000 ปอนด์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นวงเงินเครดิตสูงสุดที่คาสิโนอนุญาตให้เขาใช้ได้ในแต่ละครั้ง

จัดหนัก!’สล็อท’ สับท่านเปาทำหงส์ได้ผลแข่งไม่ยุติธรรมอีกครั้ง

อาร์เน่ สล็อท กุนซือชาวดัตช์ของ ลิเวอร์พูล ออกโรงวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หลังเกมที่ทีมเปิดรังแอนฟิลด์แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยชี้ว่าทีมของเขาไม่ได้รับผลลัพธ์ที่สมควรอีกครั้ง

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่ถูก “เรือใบสีฟ้า” ยิงแซงในช่วงท้ายเกม โดยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ซิตี้ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอีกครั้ง ทว่าผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน เช็ก VAR ก่อนริบประตูคืน และเปลี่ยนเป็นฟรีคิก พร้อมแจกใบแดงให้ โดมินิค โซบอสซ์ไล ในข้อหาฟาวล์ผู้เล่นตัวสุดท้าย

หลังจบเกม สล็อท ถูกถามถึงใบแดงของลูกทีม ซึ่งกุนซือชาวดัตช์เลือกย้อนกลับไปพูดถึงจังหวะปัญหาในนาทีที่ 68 ขณะสกอร์ยัง 0-0 เมื่อ ซาล่าห์กำลังหลุดไปดวลกับผู้รักษาประตู แต่ถูก เกฮี ดึงเสื้อและโดนเพียงใบเหลือง

“ใบแดงของดอมไม่ใช่จังหวะที่เราควรพูดถึง บางทีเขาอาจปล่อยให้เป็นประตูไปเลย แต่นั่นคือกฎที่เราต้องยอมรับ” สล็อทกล่าว

“แต่จังหวะที่เราควรพูดถึงจริง ๆ คือจังหวะที่โมกำลังหลุดไปดวลกับผู้รักษาประตู แล้วโดนเกฮีดึงเสื้อ”

“ทุกคนที่เคยมาที่สนามแห่งนี้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา รู้ดีว่าถ้าโมได้หลุดไปในตำแหน่งนั้น มันแทบจะเป็นประตูแน่นอน”

“นั่นคือการขัดขวางโอกาสทำประตู แต่เป็นอีกครั้งที่ผู้ตัดสินไม่ตัดสินเข้าทางเรา พวกเขาต้องทำหน้าที่ของตัวเอง หากถามคนในองค์กร PGMOL 100 คน ผมเชื่อว่าจะมีแค่ราว 20 คนเท่านั้นที่บอกว่านั่นไม่ใช่ใบแดง”

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล หล่นไปอยู่อันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์ 5 คะแนน โดยสล็อทยังพูดถึงภาพรวมของเกมว่า

“อย่างที่เห็นกันมาหลายปี เกมระหว่างลิเวอร์พูลกับซิตี้เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมเสมอ แต่วันนี้ผลการแข่งขันน่าผิดหวังมาก”

“ครึ่งแรก ซิตี้ดูดีกว่าเล็กน้อย แม้จะไม่ได้สร้างโอกาสจะแจ้งมากนัก ส่วนครึ่งหลังกลับเป็นเรา ที่เล่นได้อย่างน่าประทับใจและมีช่วงเวลาดี ๆ หลายครั้ง”

“เราขึ้นนำ 1-0 และแทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่ง จนกระทั่งช่วงท้ายเกมที่ลูกครอสแฉลบไปเข้าทางพวกเขา และสกอร์กลายเป็น 1-1”

“แบร์นาโด้ ซิลวา อ่านจังหวะและจบสกอร์ได้ดี เราเหมือนจะคุ้นเคยกับการเสียประตูช่วงทดเจ็บ และวันนี้มันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง”

“แน่นอนว่ายังมีหลายอย่างที่ดี ครึ่งหลังเราเพรสซิ่งสูง เล่นฟุตบอลได้ดีมาก และพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนจากเมื่อ 3-4 เดือนก่อน”

“แต่สิ่งที่เราต้องพัฒนาคือผลการแข่งขัน เพราะหลายครั้งในฤดูกาลนี้ ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้รับในสิ่งที่สมควรได้ และเกมนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น”

‘เป๊ป’ ชี้ ‘แบร์นาร์โด้’ ตัวแปรสำคัญพาเรือควํ่าหงส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงยกย่อง แบร์นาร์โด้ ซิลวา กัปตันทีม ว่าเป็นผู้นำสำคัญที่พาทีมพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ตกเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงนาทีที่ 75 ก่อนที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จะรับบทฮีโร่ยิงประตูตีเสมอให้ทีมกลับสู่เกม จากนั้น เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด พาทีมเก็บสามแต้มล้ำค่ากลับบ้านได้สำเร็จ

“ผู้เล่นที่น่าทึ่งคือคนที่พาเราคว้าชัยชนะในเกมนี้ และคนนั้นคือ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกฟุตบอล” กุนซือชาวสเปนกล่าว

“ทุกคนในทีม รวมถึงผมเอง ต่างเดินตามเขา แบร์นาร์โด้ เป็นคนที่คิดถึงทีมก่อนตัวเองเสมอ และทำทุกอย่างเพื่อเป็นตัวอย่างให้เพื่อนร่วมทีม”

“เขายิงประตูแรกจากแอสซิสต์ของ เออร์ลิ่ง และยังเป็นคนจ่ายบอลให้ นูเนส จนเกิดจังหวะเรียกจุดโทษ ถือเป็นฟอร์มที่สมบูรณ์แบบมาก”

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาคว้าชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล ถึงถิ่นแอนฟิลด์ พร้อมช่วยให้ทีมยังคงรักษาช่องว่างคะแนนตามหลัง อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงอยู่ที่ 6 แต้ม

“ครึ่งแรกเราทำได้ยอดเยี่ยม แต่ยังขาดความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย เราต้องตัดสินใจให้ดีกว่านี้ในเขตโทษ”

“ครึ่งหลังเรารู้ดีว่าลิเวอร์พูลจะเพิ่มความกดดัน เราครองบอลได้แต่ก็เสียคืนเร็ว ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น”

นอกจากนี้ กุนซือเรือใบยังไม่ลืมกล่าวชม โดมินิก โซบอสซ์ไล มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล “เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิกวันนี้คล้ายกับที่เขาเคยทำได้ในเกมกับอาร์เซน่อล”

“สุดท้ายแล้ว เราก็สามารถคว้าชัยที่แอนฟิลด์ได้ การมาเล่นที่นี่ไม่เคยง่ายเลย ผมมีความสุขและภูมิใจในตัวลูกทีมทุกคน”

สวนกระแส!’ฟาน ไดจ์ค’ เมินงานโค้ชหรือนักวิจารณ์หลังแขวนเกือก

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจถึงอนาคตหลังเลิกเล่นฟุตบอล โดยยืนยันว่าเขาไม่น่าจะรับงานโค้ชหรือผันตัวเป็นนักวิจารณ์เหมือนอดีตนักเตะหลายคน

ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ วัย 34 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของโลกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าตนเองไม่เคยมองภาพตัวเองในบทบาทดังกล่าวอย่างจริงจัง

“ผมไม่เคยบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ผมไม่ได้มองว่าตัวเองจะเป็นนักวิจารณ์ หรือโค้ชเลย” ไดจ์ค กล่าว

“มันเหมือนการก้าวจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่คุณยังต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันตลอดเวลา”

แนวรับหงส์แดง ยังเสริมว่า แม้จะไม่ได้รังเกียจความกดดัน แต่เขาอยากพักจากสิ่งเหล่านั้นบ้าง หลังจากใช้ชีวิตค้าแข้งในระดับสูงมาอย่างยาวนาน

“ผมอยากทิ้งมันไว้ข้างหลังสักพัก ได้มองดูฟุตบอลในมุมของคนดู โดยไม่ต้องควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสนาม”

อย่างไรก็ตาม ฟาน ไดจ์ค ยืนยันว่าความสุขในช่วงนี้คือการได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะรุ่นใหม่ โดยเขามักเข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมเยาวชนของสโมสรอยู่เสมอ

“ผมเอ็นจอยกับการได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป ผมไปเยี่ยมทีมเยาวชนบ่อย เพราะรู้สึกว่าเด็กๆ เหล่านี้จะเป็นคนที่รักษามาตรฐานของลิเวอร์พูลเอาไว้ในอนาคต”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเปิดเผยว่า กำลังพัฒนาโครงการทัวร์นาเมนต์เยาวชนของตัวเอง โดยมีเป้าหมายยกระดับให้เป็นรายการใหญ่ระดับโลกสำหรับนักเตะอายุไม่เกิน 13 ปี

“มันคือโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินอยู่ ผมรู้ดีว่านักเตะดาวรุ่งต้องการอะไร และผมมีความสุขกับมันมาก แต่ทุกอย่างยังมีเวลา เราคงต้องรอดูกันต่อไป”

ขอบุก!’แม็ค อัลลิสเตอร์’ รับอยากมีส่วนร่วมกับประตูมากขึ้น

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินาของลิเวอร์พูล เปิดใจว่าต้องการมีส่วนร่วมกับการทำประตูมากขึ้น แม้ในช่วงหลังถูกปรับบทบาทให้เล่นต่ำลงในแดนกลาง

มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินา วัย 27 ปี รายนี้ ทำผลงานในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 3 ประตู พร้อมอีก 4 แอสซิสต์ แม้โดยรวมฟอร์มจะยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับศักยภาพของเขา

“ผมเข้าใจบทบาทของตัวเองดีครับ และบางครั้งผมก็จำเป็นต้องถอยลงมาเล่นต่ำลงไปนิดหน่อย มันเลยทำให้เข้าถึงกรอบเขตโทษได้ยากขึ้น” แม็ค อัลลิสเตอร์ กล่าวในสัมภาษณ์ล่าสุด

“แต่ยกตัวอย่างในเกมกับคาราบัคช่วงครึ่งหลัง ผมได้เล่นสูงขึ้นมาหน่อย และมันทำให้ผมเข้าไปในกรอบเขตโทษได้ง่ายกว่ามาก”

“นั่นคือสิ่งที่ผมชอบมากเลยนะครับ ผมอยากทำแบบนั้นให้บ่อยขึ้น และช่วยทีมในแง่ของการสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้มากกว่านี้ ดังนั้นผมหวังว่าต่อจากนี้จะได้ยิงประตูเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย”

การปรับตัวของแม็ค อัลลิสเตอร์ ในบทบาทที่ลึกขึ้นช่วยให้ลิเวอร์พูลมีความสมดุลในแดนกลาง แต่เจ้าตัวก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความหิวกระหายในการมีส่วนร่วมกับเกมรุก โดยเฉพาะการบุกทะลวงเข้าไปในพื้นที่อันตราย ซึ่งเคยเป็นจุดเด่นของเขาในช่วงก่อนหน้านี้

‘พาลเมอร์’ รับยังไม่ฟิตเต็มร้อยแม้พึ่งกดแฮตทริก

โคล พาลเมอร์ แนวรุกคนสำคัญของเชลซี ออกมายอมรับว่าสภาพร่างกายของเขายังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แม้เพิ่งโชว์ฟอร์มร้อนแรงซัดแฮตทริกพา “สิงห์บลูส์” บุกเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฤดูกาลนี้ พาลเมอร์ ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง โดยเริ่มจากอาการเจ็บโคนขาหนีบที่เรื้อรัง ก่อนจะมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเพิ่มเติมเมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้สภาพความฟิตยังไม่อยู่ในระดับที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในเกมที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ดาวเตะวัย 22 ปี ดูเหมือนจะกลับมาเข้าฝักอีกครั้ง หลังเหมาคนเดียวสามประตูภายใน 38 นาทีแรก เป็นสองประตูจากจุดโทษ และอีกหนึ่งลูกจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ ช่วยให้เชลซีเก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

หลังผ่านไปเล็กน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง เลียม โรซีเนียร์ เฮดโค้ชเชลซี ตัดสินใจเปลี่ยน พาลเมอร์ ออกจากสนามเพื่อถนอมสภาพร่างกาย โดยส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ลงมาเล่นแทนจนจบเกม

แม้จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ พาลเมอร์ ยืนยันหลังจบเกมว่ายังไม่ถึงขั้นฟิตเต็มร้อย โดยให้สัมภาษณ์กับ BBC Match of the Day ว่า“ผมยังไม่คิดว่าตัวเองฟิต 100% เลย”

“หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังบ้าง การต้องเจ็บมาตลอดทั้งฤดูกาลมันไม่ใช่เรื่องดี และบางครั้งผมก็เล่นไม่ได้อย่างที่อยากจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่ยังคาราคาซังอยู่ แต่หวังว่าหากบริหารจัดการได้ดี ผมจะผ่านมันไปได้เร็ว วันนี้มันรู้สึกดีมากที่ยิงประตูได้และช่วยทีมคว้า 3 แต้ม”

“ผมรู้ดีว่าถ้าฟิต 100% ผมจะพัฒนาเกมของตัวเองได้แค่ไหน สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องดีนัก แต่ผมก็ยังพยายามช่วยทีม และถ้าร่างกายสมบูรณ์จริงๆ ผมคิดว่าตัวเองจะไปได้อีกระดับ”

ขณะเดียวกัน พาลเมอร์ ยังกล่าวชื่นชม เลียม โรซีเนียร์ โดยมองว่าแท็กติกของกุนซือรายนี้เข้ากับสไตล์การเล่นที่อิสระของเขาเป็นอย่างมาก

“การทำงานร่วมกับเลียมมันยอดเยี่ยมมาก เขาให้ความมั่นใจกับนักเตะทุกคน เปิดโอกาสให้เราได้เป็นตัวของตัวเองและเล่นอย่างอิสระ”

“ผมมั่นใจว่าเมื่อผมฟิตเต็มที่ ทุกคนจะได้เห็น โคล พาลเมอร์ ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทั้งเขาและทีมงานสตาฟฟ์ช่วยสร้างความมั่นใจให้พวกเราในสนามซ้อม จากแนวคิดและวิธีการเล่น ผมชอบมันมากจริงๆ”

‘แฟรงค์’ ย้ำไม่เสียใจตั้ง ‘โรเมโร่’ เป็นกัปตัน

คริสเตียน โรเมโร่ กัปตันทีมทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ออกมายอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษต่อเพื่อนร่วมทีม หลังถูกไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 29 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ “ไก่เดือยทอง” บุกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นจากจังหวะที่โรเมโร่พุ่งเสียบใส่ คาเซมิโร่ ทำให้ผู้ตัดสินแจกใบแดงตรงทันที ส่งผลให้สเปอร์สต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนยาวนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะพ่ายไปด้วยสกอร์ 2-0

หลังจบเกม โธมัส แฟรงค์ เฮดโค้ชของสเปอร์ส เปิดเผยว่า โรเมโร่ได้กล่าวขอโทษเพื่อนร่วมทีมทันทีในห้องแต่งตัว พร้อมยืนยันว่าลูกทีมรายนี้ไม่มีเจตนาทำร้ายคู่แข่ง

“ใบแดงก็คือใบแดง ผมดูจังหวะนั้นซ้ำหลายครั้ง โรเมโร่พยายามจะเข้าไปเล่นที่บอล เขาเป็นนักเตะที่เล่นด้วยความมุ่งมั่นและดุดัน ซึ่งมันมีเส้นบางๆ คั่นอยู่ระหว่างความทุ่มเทกับความผิดพลาด” แฟรงค์กล่าว

เมื่อถูกถามถึงตำแหน่งกัปตันทีม แฟรงค์ตอบอย่างชัดเจนว่าไม่เสียใจที่ยังคงมอบความไว้วางใจให้โรเมโร่

“ไม่เลย เขาขอโทษเพื่อนร่วมทีมแล้ว และเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่สำคัญที่สุดของเรา เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น สำหรับผม แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้เกินเลยไปกว่านี้”

ช่วงพีค!’อาร์เตต้า’ เชื่อ ‘เยอเคเรส’ ฟอร์มกำลังพุ่งไม่หยุด

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของทัพอาร์เซน่อล ออกโรงยกย่อง วิคตอร์ เยอเคเรส หลังหัวหอกชาวสวีเดนทำสองประตูในครึ่งหลัง ช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะซันเดอร์แลนด์ 3-0 พร้อมยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นสู่จุดสูงสุด

เยอเคเรส ซึ่งเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักในฤดูกาลแรกที่ลอนดอนเหนือ กำลังกลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสองประตูในเกมนี้ทำให้เขายิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 4 นัดหลังสุด และรวมเป็น 6 ประตูจาก 8 เกมล่าสุด

“เมื่อคุณรู้สึกมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และเชื่อว่ากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด นั่นคือช่วงเวลาที่คุณสามารถดึงผลงานของตัวเองออกมาได้ถึงขีดสุด” กุนซือชาวสแปนิช กล่าว

อาร์เตต้า ยังย้ำว่า สโมสรและทีมงานคอยให้การสนับสนุน เยอเคเรส มาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่ฟอร์มดีหรือฟอร์มตก และนักเตะก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยผลงานในสนาม

“พวกเราหนุนหลังเขาเสมอ พยายามช่วยเขาในทุกทาง และตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ”

“การเล่นให้สโมสรแห่งนี้มาพร้อมความคาดหวังและความรับผิดชอบมหาศาล ตลอดอาชีพ คุณจะต้องเจอทั้งช่วงเวลาที่ราบรื่นและช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

สำหรับคาแรคเตอร์ของ เยอเคเรส อาร์เตต้า มองว่าเป็นนักเตะที่นิ่ง มีมาตรฐานกับตัวเองสูง และไม่ปล่อยให้อารมณ์ความสำเร็จหรือความล้มเหลวมากระทบสมาธิ

“เขาเป็นคนอ่านอารมณ์ยาก มองตรงๆ ไม่ค่อยแสดงออกมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเขาคาดหวังกับตัวเองสูง และพยายามพัฒนาตลอดเวลา”

“ผมชอบบุคลิกของเขา ชอบวิธีการทำงานในทุกๆ วัน และการโฟกัสอยู่กับปัจจุบันว่าเขาจะช่วยทีมได้อย่างไร เขามีความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อทีม ไม่ว่าจะได้รับบทบาทแบบไหนก็ตาม”

อวยยับ!’บรูโน่’ ชมไม่หยุด ‘คาร์ริค’ ยอดกุนซือ

บรูโน่ แฟร์นานเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาชื่นชมผลงานของ ไมเคิล คาร์ริค เฮดโค้ชของทีม หลังพา “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุด

ชัยชนะนัดดังกล่าวถือเป็นการคว้าชัย 4 นัดติดต่อกันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่สโมสรทำสถิตินี้ได้ในศึกพรีเมียร์ลีก สะท้อนถึงทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของทีม

“นี่คือฟุตบอล ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่ง”บรูโน่ กล่าวหลังจบเกม

“คาร์ริคมอบทั้งความรับผิดชอบและอิสระให้กับนักเตะในสนาม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมได้”

กัปตันทีมยูไนเต็ดเสริมอีกว่า ทุกคนในทีมเข้าใจดีถึงแรงกดดันและความคาดหวังของการเล่นให้กับสโมสรระดับนี้ และคาร์ริคก็รู้ดีว่าชัยชนะมีความหมายต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากเพียงใด

“เขารู้ว่าการชนะสำคัญแค่ไหนสำหรับสโมสรแห่งนี้ และมันช่วยเติมบางสิ่งที่พิเศษให้กับทีม พวกเราหวังว่าจะช่วยเขาและพัฒนาทีมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

ขอเวลา!’โรซีเนียร์’ เชื่อ ‘การ์นาโช่’ คืนฟอร์มโหดได้แน่

เลียม โรซีเนียร์ กุนซือใหญ่ของเชลซี ออกโรงปกป้อง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ปีกดาวรุ่งทีมชาติอาร์เจนติน่า หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฟอร์มการเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดบ้านเฉือนชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในเกมดังกล่าว การ์นาโช่เสียบอลมากกว่าสิบครั้งและถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่ง ท่ามกลางเสียงไม่พอใจจากแฟนบอลสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนจะได้ลงสนามเพียง 15 นาทีในฐานะตัวสำรองเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่เชลซีบุกพ่ายอาร์เซนอล

แม้การ์นาโช่ยังไม่สามารถสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแฟนบอลเชลซีตั้งแต่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่โรซีเนียร์ยืนยันว่าแข้งวัย 21 ปีรายนี้ยังคงมีศักยภาพสูงและจะกลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

“ผมคิดว่า อเลฮานโดร เองก็คงยอมรับว่าเกมกับเวสต์แฮม ฟอร์มของเขายังไม่ถึงมาตรฐานที่ควรเป็น แต่หลายอย่างมันเป็นเรื่องของทีมโดยรวม”โรซีเนียร์ กล่าว

“ผมเองก็ไม่ได้ทำได้ดีในครึ่งแรกของเกมนั้นเช่นกัน ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องทั้งฟอร์มส่วนตัว ผลงานของทีม และปฏิกิริยาจากแฟนบอล แต่ทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว”

“ผมรู้ดีว่าเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม นั่นคือเหตุผลที่เขาอยู่ที่นี่ และผมมั่นใจว่าเขาจะมีช่วงเวลาที่ดีอีกมากรออยู่ข้างหน้า”

เมื่อถูกถามถึงประเด็นความมั่นใจของการ์นาโช่ที่ดูเหมือนจะลดลงจากเสียงกดดันในเกมกับเวสต์แฮม โรซีเนียร์อธิบายว่า“สิ่งที่ผมเห็นคือเขาพยายามพาเกมไปข้างหน้า เขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีหลายครั้ง และต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกด้านเกมรับตัวต่อตัวอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า”

“เรากำลังเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง การ์นาโช่ยังสร้างความอันตรายจากการเคลื่อนที่ ผมสนับสนุนเขาเต็มที่ และผมจะปกป้องนักเตะของผมเสมอ”

“สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องและจังหวะของเกม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะมีครึ่งหลังของฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมแน่นอน”

ไม่รู้!’เป๊ป’ ยังไม่ฟันธง ‘ฮาลันด์’ ตัวจริงดวลหงส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายืนยันความเชื่อมั่นในตัว เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ โดยยกย่องว่าเป็น กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก แม้เจ้าตัวจะยังไม่การันตีว่าจะส่งดาวยิงชาวนอร์เวย์ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์นี้

ฮาลันด์ยังไม่สามารถทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ในพรีเมียร์ลีกได้เลยนับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ โดยครั้งล่าสุดที่เขาทำได้คือการยิงสองประตูใส่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าเขาอาจถูกดร็อป และเปิดโอกาสให้ โอมาร์ มาร์มูช ซึ่งเพิ่งยิงเบิ้ลใส่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ลงตัวจริงแทน

“เออร์ลิ่ง คือกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก” กุนซือชาวสเปนกล่าว

เมื่อถูกถามเพิ่มเติมว่า ฮาลันด์ จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหรือไม่ เขาตอบเพียงว่า“ผมไม่รู้ แต่ผมพูดมาตลอดว่า เออร์ลิ่ง คือที่สุด”

สำหรับสถานการณ์ในลีก แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อรักษาระยะห่างกับอาร์เซน่อล จ่าฝูง แต่การบุกไปเยือนแอนฟิลด์ถือเป็นงานหนัก เนื่องจากพวกเขาเคยชนะที่นั่นในลีกได้เพียงครั้งเดียวตั้งแต่ปี 2016

“พวกเขาและสนามนั้นเป็นคู่แข่งที่ยากเสมอ ทั้งจากคุณภาพของนักเตะและผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูลยังคงเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมและสร้างทีมขึ้นมาเพื่ออนาคตหลายฤดูกาล ไม่ใช่เพียงแค่ปีเดียว”กวาร์ดิโอล่ากล่าวปิด